Free running กีฬาที่่ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกาย

การเล่นกีฬาทุกชนิดล้วนเป็นเรื่องดีทั้งสิ้น เพราะนอกจากทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้วยังช่วยในเรื่องอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น ความสามัคคีในการเล่น มีโอกาสได้เรียนรู้ถึงเรื่องของทักษะการเล่นต่างๆ มีการเคลื่อนไหวของร่างกาย และอื่นๆ ซึ่งกีฬาประเภท Free running หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความสามารถสูง แต่ในความเป็นจริงหากคนมีความตั้งใจก็สามารถฝึกฝนได้ทั้งสิ้น มาทำความรู้จักกับกีฬา Free running ว่ามันคืออะไรแล้วพิจารณาดูว่าตนเองพอเล่นได้หรือไม่

Free running มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า Parkour ซึ่งจุดเริ่มต้นของ Free running ก็มาจากกีฬาชนิดนี้ Parkour เป็นภาษาฝรั่งเศสมีจุดมุ่งเน้นคือการใช้ร่างกายของตนเองในการย้ายจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งเน้นการเคลื่อนไหวเฉพาะส่วนของร่างกายเท่านั้น ความสนุกก็คือสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในบริเวณที่กำลังเล่นอยู่อาจมีอุปสรรคเพื่อสร้างความท้าทายต่างๆ หรือสิ่งกีดขวางที่ทำให้เกิดความตื่นเต้นระหว่างการ Free running ซึ่งการดัดแปลงจากกีฬาประเภทนี้ก็มาสู่สิ่งที่เรียกว่า Free running ที่คนทั่วไปรู้จักมากกว่า Free running จะเน้นไปในส่วนของความสวยงามพร้อมการเคลื่อนไหวด้วยวิธีการต่างๆ ที่มีความสร้างสรรค์ อาจบอกได้ว่ากีฬาทั้งสองประเภทนี้มีความเหมือนและแตกต่างในคราวเดียวกัน บางคนก็บอกว่ามันเป็นกีฬาคนละชนิดก็สุดแท้แต่ความเข้าใจ ซึ่งจะให้แยกอออกถึงความชัดเจนเราอาจมองได้ว่า Free running มีลีลาของการตีลังกาเยอะกว่า

หากตีความหมายให้เข้าใจชัดเจนมากยิ่งขึ้น Free running เป็นลักษณะของการวิ่งแบบ Running with style หรือการวิ่งในลักษณะของการมีท่วงท่าทำนองอันสวยงาม พร้อมด้วยท่าทางอันน่าตื่นเต้นเร้าใจ เช่น การปีนป่ายขึ้นไปบนกำแพง การกระโดดจากที่สูงลงมาด้วยการตีลังกา รวมไปถึงท่าทางต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็นความพลิ้วไหว โดดเด่น เน้นสถานที่ที่ใช้เฉพาะบริเวณใดบริเวณหนึ่งเท่านั้น พื้นที่สำหรับการเล่นกีฬา Free running ต้องเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยเพื่อให้สามารถแสดงท่วงท่าลีลาออกมาได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามการเล่นกีฬาชนิดนี้ก็จำเป็นต้องใช้เรื่องของความสามารถด้านกายภาพ ความสมดุลของร่างกาย รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์สำหรับการเล่นด้วย

จากลีลาการเล่นอันน่าตื่นเต้นนี้เองทำให้ Free running กลายเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากกว่าการเล่นแบบ Parkour อย่างไรก็ตามหากมองในภาพรวมกีฬาทั้งสองชนิดก็ยังคงถูกเรียกในพื้นเพเดียวกันคือการเล่นกีฬาเน้นความสมดุล ความสามารถของร่างกายในการแสดงท่วงท่าต่างๆ ออกมาให้เกิดความงดงาม น่าประหลาดใจ จนกลายเป็นความนิยมของคนหลายกลุ่มที่ต้องการแสดงความเป็นตัวเองออกมา